03 Oct 2023

Technology Trend for Digital Transformation & What makes successful digital transformation? จากงาน Digital Transformation Summit โดย TCIOA

ยุคเทคโนโลยีดิจิทัลนั้นเป็นยุคที่มีส่วนช่วยให้ผู้คนสามารถใช้มีชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างเช่นการเดินทางที่สามารถตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทางได้บน application หรือการพัฒนาองค์กรและประเทศให้มีความทันสมัยขึ้น ซึ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในแง่มุมต่างๆนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนล้วนเป็นตัวกลางสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนและสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และในวันนี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP ในฐานะ Media Partner ได้หยิบยกมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับเทรนด์และแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในยุคปัจจุบัน จากภายในงาน “Digital Transformation Summit” ที่จัดขึ้นโดย สมาคมซีไอโอไทย (TCIOA) มาแบ่งปันในหัวข้อแรกภายใต้ชื่อ “Technology trend for digital transformation” โดยตัวแทนของภาคเอกชน ดร.ลิสา พัทธ์วิวัฒน์ศิริ – รองผู้จัดการใหญ่ด้านปฏิบัติการและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮสดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ คุณฉัตรชัย สุทธภักติ – Chief Technology officer at Icon Framework Co.,ltd ดังนี้ 

ดร. ลิสา (คนที่ 3 จากซ้าย) ได้กล่าวถึง องค์ประกอบหลักที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงช่วง digital transformation อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จไว้ 4 หลัก ได้แก่

1. People
คนนับเป็นส่วนสำคัญอันดับต้นในการขับเคลื่อนยุค Digital transformation ทุกองค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานให้ตรงตามความสามารถของแต่ละบุคคล
2. Process
ทุกองค์กรจำเป็นต้องศึกษากระบวนการต่างๆของเทคโนโลยีดิจิทัลให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
3. Technology
ในแต่ละองค์กรจะมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับองค์กรจึงเป็นสิ่งสำคัญ
4. Data
จัดสรรข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อนำมาปรับใช้กับองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในขณะที่ทางด้านคุณฉัตรชัย (คนที่ 4 จากซ้าย) ได้กล่าวถึงเทรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบันที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง โดยมีชื่อเรียกว่า “Low-code technology” ซึ่งเป็น Cloud-based solution ที่ผู้ให้บริการสามารถสร้าง Application ขึ้นมาเองได้  โดยที่กลุ่มลูกค้าที่สนใจนั้นจะสามารถเลือกใช้งานในรูปแบบสมาชิกรายเดือนหรือรายปี (Subscription) ได้ตามความต้องการ ซึ่งข้อดีของเทคโนโลยีดิจิทัลตัวนี้ จะช่วยลดระยะเวลาในการดำเนินการ เพิ่มความรวดเร็ว อีกทั้งยังมีระบบ Artificial Intelligence (AI) ที่คอยตรวจจับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ส่งผลให้การทำงานง่ายขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และ ความปลอดภัย (Security) ได้มีการนำ Cloud และระบบความปลอดภัยจากบริษัทระดับโลกเข้ามาใช้ ส่งผลให้เทคโนโลยีดิจิทัลนี้มีความปลอดภัยและมาตรฐานที่สูง
นอกจากนี้ คุณฉัตรชัย ยังได้กล่าวถึงแนวทางและผลลัพธ์ที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานตลอดระยะเวลา 10 ปี ในด้าน Digital transformation ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
1. To increase speed of business operation
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถลดจำนวนพนักงานในการดำเนินการ
2. To improve customer experience
การนำเสนอเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า
3. To provide data intelligence
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยรวบรวมข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อกระจายข่าวสารในองค์กรได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
4. To enable new business model
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ จะช่วยเสริมฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งส่งผลต่อการขยายธุรกิจต่อในอนาคต

นอกจากนี้ ภายในงาน “Digital Transformation Summit 2022” ยังมีอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่ถูกพูดไว้อย่างน่าสนใจจากตัวแทนธนาคารเกียรตินาคิน นำโดยดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล – รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ มาแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในภาคส่วนต่างๆ ภายใต้หัวข้อ “What makes successful digital transformation?” ดังนี้ 
 
ดร.อนุชิต (คนที่ 3 จากซ้าย) ได้กล่าวไว้ว่า หากมองในภาครวมของประเทศ การก้าวเข้าสู่ Digital transformation ภาครัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ามามีบทบาทในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital infrastructure) เพื่อจุดมุ่งหมายในการเชื่อมต่อข้อมูลดิจิทัลจากภาคส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ซึ่งหากเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ก็จะช่วยสนับสนุนองค์กรให้สามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดและลดต้นทุนในการจัดระเบียบด้านข้อมูลดิจิทัล  ซึ่งดร.อนุชิต ได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีศึกษาไว้ดังนี้
กรณีศึกษาของร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น 
ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่นมีนโยบายติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าตามสถานที่ต่างๆ เช่น คอนโดมิเนียม เป็นต้น เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้า ลูกค้าจะสามารถสแกน QR code และเลือกชำระผ่านช่องทางธนาคารที่ลูกค้าสะดวกได้ทันที โดยที่ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่นไม่จำเป็นต้องเข้าไปเจรจากับทุกธนาคารในการทำธุรกรรมการเงิน หากแต่เป็นการดำเนินการผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital infrastructure) ที่ภาครัฐได้ทำการเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว
ในตอนท้าย ดร.ลิสา, คุณฉัตรชัย และดร.อนุชิต ได้ฝากแง่คิดที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับ Digital Transformation ไว้ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรและประเทศให้ก้าวหน้าได้อย่างก้าวกระโดด อีกทั้งยังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย
จากที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงแค่เนื้อหาบางส่วนที่ OPEN-TEC ได้รวบรวมไว้ จากภายในงาน “Digital Transformation Summit 2022” ภายใต้หัวข้อ “Digital Transformation & Leadership” ที่จัดขึ้นโดย สมาคมซีไอโอไทย (Thai Chief Information Officer Association: TCIOA) เท่านั้น หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปฟังได้ที่เว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=KqAd7Z5uOro&t=7485s
บทความโดย OPEN-TEC

 

Recent Topics
30 Apr 2026

How Does AI Work? Understanding the Foundations of Artificial Intelligence
17 Mar 2026

How Technology Helps Measure and Reduce Carbon Footprint
05 Jan 2026

GenAI and Content Creation: A Technological and Practical Perspective
02 Dec 2025

Net Zero Building: Stepping into the Future of Sustainable Buildings