หนึ่งในตัวอย่างของการนำ Energy AI Platform ไปประยุกต์ใช้ คือการบริหารจัดการระบบ Chiller สำหรับอาคารเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนด้านการใช้พลังงานและข้อกำหนดด้านความเสถียรของระบบ โดย Energy AI Platform ถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบทำความเย็นและระบบสาธารณูปโภคหลัก เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และการตัดสินใจเชิงอัจฉริยะ
ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ดังนี้
- ลดการใช้พลังงานของระบบ Chiller อย่างมีนัยสำคัญ จากการควบคุมการเดินเครื่องให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง
- เพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ด้วยการลดการทำงานที่เกินความจำเป็นและการสตาร์ท–หยุดที่ไม่เหมาะสม
- ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานสู่การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ผ่านข้อมูลเชิงลึกที่สนับสนุนการตัดสินใจของทั้งฝ่ายปฏิบัติการและผู้บริหาร
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาคาร พร้อมรองรับการติดตามและรายงานตัวชี้วัดด้านพลังงานและคาร์บอน
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยระบบ Generative AI ช่วยสร้างรายงาน สรุปข้อมูล หรือแนะนำแนวทางการตัดสินใจ ช่วยประหยัดเวลาและลดภาระงานที่ต้องทำด้วยมือ