18 Aug 2017

เอไอเอ ประเทศไทย: 79 ปีแห่งความสำเร็จกับการวางใจในบริการดาต้าเซ็นเตอร์ของทีซีซี เทคโนโลยี รองรับการขยายตัวของธุรกิจ พร้อมครองตำแหน่งผู้นำธุรกิจประกันชีวิต ยุคประเทศไทย 4.0

 

 

 

 

เศรษฐกิจดิจิทัลและการก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้องค์กรในประเทศไทยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยขับเคลื่อนองค์กรในด้านต่างๆ เนื่องจากจะช่วยบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะความเสี่ยงด้านเทคนิค (Technical Risk)* ลดค่าใช้จ่าย พัฒนากระบวนการภายใน (Internal Process) รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับปณิธานในการดำเนินธุรกิจของเอไอเอ ประเทศไทย นิตยสารออนไลน์ Techno Society ฉบับนี้ได้รับเกียรติจากคุณกิตติ มานะคงตรีชีพ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เอไอเอ ประเทศไทย มากล่าวถึงปณิธานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับโฉมธุรกิจของเอไอเอ ประเทศไทยทั้งด้านโครงสร้างภายในองค์กรและการพัฒนาประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้า (User Experience) และตัวแทนประกันชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

* ความเสี่ยงด้านเทคนิคประกอบด้วย 1. ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีี 3. บุคลากรไอทียังขาดความรู้ความชำนาญ

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ระบบปฏิบัติการ

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เอไอเอ ประเทศไทยได้วางรากฐานภายในองค์กรด้วยเทคโนโลยีอิมเมจแอนด์เวิร์คโฟลว์ (Image and Workflow Systems) โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ และรับ-ส่งข้อมูลแบบไร้กระดาษ (Paperless)  กระทั่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวให้กลายเป็นการจัดการกระบวนการทางธุรกิจ (BPM) ที่ปรับเปลี่ยนให้กระบวนการต่างๆ อยู่ในระบบออนไลน์ มีการเชื่อมต่อข้อมูลและสื่อสารกันระหว่างระบบต่างๆ ตัวอย่างเช่นตัวแทนประกันสามารถส่งใบคำขอเอาประกันชีวิตและเอกสารที่เกี่ยวข้องผ่านมายังระบบของบริษัทฯ ในรูปแบบดิจิทัล จากนั้นเอกสารดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับประกันภัยโดยอัตโนมัติ (Auto Underwriting Process) การอนุมัติจะถูกแจ้งทางออนไลน์ผ่านตัวแทนประกันชีวิตสู่มือลูกค้าได้ทันที

คุณกิตติกล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่องค์กรนำมาใช้เพิ่มเติม “ล่าสุดเมื่อสองปีที่ผ่านมาเราได้นำ Enterprise Service Bus (ESB) มาใช้เพื่อเชื่อมต่อระบบไอทีต่างๆ ที่อยู่ในระดับ (Layer) เดียวกันเข้าด้วยกัน และติดตั้งเทคโนโลยี “Online Data Store” เพื่อให้ผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ (Realtime) อาทิ ข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัย เบี้ยประกัน ค่าทดแทนสินไหม ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้อำนวยความสะดวกให้กับตัวแทนฯ และทีมงานบริการลูกค้า (Customer Service) ให้สามารถตอบคำถาม ให้คำแนะนำ และดำเนินการตามคำขอให้แก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนลดเวลาในกระบวนการทำงานแต่ละขั้นตอนให้กับองค์กร รวมถึงตัวแทนฯ และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ” สำหรับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบอัตโนมัติต่าง ๆ (Automation Systems)** ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการต่างๆ ขององค์กรนั้น คุณกิตติอธิบายว่า “จุดมุ่งหมายหลักของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้คือเพื่อลดเวลาที่ใช้ในการให้บริการ (Turnaround Time) ในขณะที่ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือบุคลากรจะมีเวลาเพิ่มขึ้น  ทำให้สามารถทำงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรแทนงานเอกสารหรืองานรองต่างๆ ได้”

** ระบบอัตโนมัติ (Automation System) คือระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยทำงานทำให้ระบบต่างๆ ทำงานอย่างเป็นขั้นตอนและประสานกับระบบอื่นๆ ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีการควบคุมหรือแทรกแซงโดยมนุษย์

เอไอเอ ประเทศไทยกับการไว้วางใจทีซีซี เทคโนโลยีเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์

คุณกิตติกล่าวถึงดาต้าเซ็นเตอร์ของเอไอเอที่ตั้งอยู่ภายในอาคารสำนักงานว่ามีอายุการใช้งานกว่า 25 ปี จึงยากต่อการขยายเพื่อรองรับการใช้งานขององค์กรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาล และต้องรองรับแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการทำงานภายในองค์กรและเพื่อการใช้งานของลูกค้าและตัวแทนฯ ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟนที่มีอยู่หลายล้านเครื่องในตลาด นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานต่างๆ ของดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบันอีกด้วย

“สำหรับแนวคิดของเอไอเอ ประเทศไทย การจัดการและดูแลดาต้าเซ็นเตอร์นั้นจำเป็นต้องทำโดยผู้ชำนาญการ ด้วยเหตุนี้เอไอเอ ประเทศไทยจึงเลือกผู้ให้บริการที่ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหลัก โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึงเป็นไปตามมาตรฐานสากลทีเข้มงวด”

สำหรับหลักเกณฑ์การเลือกผู้ให้บริการในประเทศไทยนั้น คุณกิตติกล่าวว่า “นอกจากหลักเกณฑ์ของกลุ่มบริษัทเอไอเอแล้ว เอไอเอ ประเทศไทยเองเลือกผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความเป็นมืออาชีพ และจะต้องให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจหลัก (Core Business) มีประสบการณ์อันยาวนานในการให้บริการ รวมถึงมีความมั่นคงและอยู่เคียงข้างลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังต้องมีบริการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ได้แก่การเชื่อมต่อ (Connectivity) คลาวด์และบริการอื่นๆ แบบครบวงจร (One-Stop Services) รองรับการเพิ่ม - ลดตามความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา ระบบมีเสถียรภาพสูงสามารถรองรับปริมาณข้อมูลและการทำงานของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้ ที่สำคัญคือความมุ่งมั่นของผู้ให้บริการที่จะพาธุรกิจของเอไอเอ ประเทศไทยเติบโตไปพร้อมๆ กับการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยเหตุนี้เอไอเอ ประเทศไทยจึงไว้วางใจทีซีซี เทคโนโลยีในการดูแลธุรกิจของเราด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ผนวกกับบริการระดับแนวหน้าของประเทศไทย”

ทีซีซี เทคโนโลยีภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเอไอเอ ประเทศไทยที่มีการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และสามารถครองตำแหน่งผู้นำธุรกิจประกันชีวิตยุคประเทศไทย 4.0 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อไม่นานมานี้เอไอเอ ประเทศไทยได้ผ่านการรับรองความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ตามข้อกำหนดที่ได้รับมาตรฐาน ISO 22301:2012 ของ BSI แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการให้บริการลูกค้าและตัวแทนฯ และศักยภาพในการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อรองรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

 

 

 

 

หัวข้อที่น่าสนใจเพิ่มเติม
28 May 2026

4 ปัจจัยสำคัญเตรียมความพร้อมด้าน AI ยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
30 Apr 2026

AI ทำงานอย่างไร? ทำความเข้าใจเบื้องหลังปัญญาประดิษฐ์
17 Mar 2026

เทคโนโลยีช่วยวัดและลด Carbon Footprint ได้อย่างไร
05 Jan 2026

GenAI กับการสร้างคอนเทนต์: มุมมองเชิงเทคโนโลยีและการใช้งาน